ตรวจตาเด็ก รักษาสายตาสั้นในเด็ก

ทำความรู้จักภาวะสายตาในเด็ก และความสำคัญของการตรวจตาเด็ก

พญ.ภาวศุทธิ เขียวขจี
จักษุแพทย์เฉพาะทางเด็ก

พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่า ลูกยังเล็ก น่าจะยังไม่มีปัญหาสายตา แต่ความจริงแล้ว ปัญหาสายตาในเด็กสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงวัยแรกเกิด และบางกรณีอาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาวโดยที่เราไม่ทันสังเกต

โดยเฉพาะในช่วงวัยที่การมองเห็นกำลังพัฒนา หากมีความผิดปกติและไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะสายตาถาวรได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “การตรวจตาเด็ก” จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรรอ

ภาวะสายตาในเด็ก เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย

ภาวะสายตาผิดปกติหลัก ๆ มีทั้ง ภาวะสายตาสั้น ภาวะสายตายาว และ ภาวะสายตาเอียง ซึ่งมีข้อแตกต่างกันที่การดำเนินโรค โดยปกติเด็กแรกเกิดมักจะมีสายตายาวเล็กน้อยและค่อย ๆ ลดลงจนกลายเป็นสายตาสั้นเล็กน้อยในช่วงวัยรุ่น ในส่วนของสายตาเอียงสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ความผิดปกติของสายตาทั้งสามชนิด อาจก่อให้เกิด โรคตาขี้เกียจ (พัฒนาการการมองเห็นไม่ตรงตามอายุ) ตาเข รวมไปถึงพัฒนาการด้านอื่นๆที่ช้าตามมาได้ 

ภาวะสายตายาว

เด็กแรกเกิดและเด็กเล็กยังมีขนาดความยาวลูกตาสั้น ทำให้เมื่อแสงเข้าสู่ลูกตาจะเกิดกระบวนการหักเหและแสงจะตกบริเวณหลังลูกตา จึงทำให้เกิดภาวะสายตายาว หลังจากนั้นลูกตาจะค่อยๆยึดขึ้นจนเข้าสู่ภาวะสายตาปกติที่อายุประมาณ 8 ปี ดังนั้นสายตายาวในเด็กเกิดจากความยาวลูกตาสั้นซึ่งแตกต่างจากสายตายาวตามวัยในผู้ใหญ่ที่เกิดเมื่อ

อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเกิดจากกระบวนการเพ่งที่ลดลง โดยทั่วไป ร่างกายจะชดเชยภาวะสายตายาวด้วยกระบวนการเพ่ง ทำให้แสงกลับมาตกบริเวณจุดรับภาพได้ เด็กยังมีกำลังเพ่งที่สูงทั้งที่ไกลและใกล้ โดยทั่วไปจึงไม่พบปัญหาในการมองเห็น 

หากสายตายาวในเด็กมากกว่าเกณฑ์ปกติ ต้องใช้กำลังเพ่งที่มากอาจทำให้เกิดการปวดตาหรือศีรษะได้และเกิดภาวะตาเขเข้าในได้ ถ้ากำลังเพ่งไม่พอจะทำให้เห็นไม่ชัดทั้งระยะไกลและระยะใกล้ ทำให้เกิดพัฒนาการที่ช้าหรือตาขี้เกียจได้

ภาพแสดงภาวะสายตายาวในเด็ก

ภาวะสายตาสั้น

เด็กไทยและเด็กเอเชียพบว่ามีอัตราการเกิดภาวะสายตาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ พฤติกรรมการมองใกล้ เช่น การติดจอ หรือ การใช้สายตาในที่ๆแสงสว่างไม่เพียงพอ 

สายตาสั้นในเด็กมักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการยืดขยายความยาวลูกตาและมักจะไปนิ่งในช่วงอายุใกล้ 18-20 ปี ซึ่งหากเด็กมีภาวะสายตาสั้นตั้งแต่อายุน้อย สายตามักจะนิ่งที่ค่าค่อนข้างสูง 

การยึดขยายความยาวลูกตา ส่งผลให้ส่วนประกอบในตาบางลง และเกิดความเสี่ยงโรคตาอันตรายต่างๆ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาบางและฉีกขาดได้ ดังนั้นหากมีสายตาสั้นมาก อาจส่งผลให้เกิดการพิการทางการมองเห็น นอกจากนี้การเกิดสายตาสั้นในช่วงพัฒนาการมองเห็น อาจส่งผลให้ พบโรคตาขี้เกียจ ตาเข และพัฒนาการล่าช้า

โดย มักมีอาการมองไกลไม่ชัด หยีตามอง เอียงตามอง หรือ ปวดกระบอกตา สายตาสั้นในเด็กควรระวังสายตาสั้นเทียม ซึ่งเกิดจากเด็กยังมีกำลังเพ่งสูง ทำให้การวัดสายตาจากเครื่องอัตโนมัติค่าออกมาสั้นกว่าความเป็นจริง หากเด็กใส่แว่นไม่ตรงค่าสายตาจริงจะทำให้สายตาสั้นเพิ่มอย่างรวดเร็วและมีอาการปวดตาได้ ดังนั้นในเด็กจึงแนะนำให้ตรวจวัดสายตาโดยจักษุแพทย์ซึ่งสามารถหยอดยาคลายการเพ่งเพื่อวัดค่าสายตาที่ถูกต้อง 

ปัจจุบันมีคำแนะนำในการชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็ก เช่น การลดกิจกรรมที่ต้องมองระยะใกล้ ใช้สายตาในที่สว่างเพียงพอ เพิ่มกิจกรรมในแสงธรรมชาติ รวมถึงการปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อวางแผนตรวจตาเด็ก ในการใช้ยาหยอดตาหรือใช้เลนส์แว่นตาเด็กชะลอสายตาสั้น คำแนะนำ การใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับการป้องกันปัญหาทางสายตาได้จริง 

ภาพแสดงการชะลอสายตาสั้นในเด็ก

ภาวะสายตาเอียง

เกิดจากกำลังโฟกัสในแต่ละแนวไม่เท่ากัน อาจเกิดจากโครงสร้างตา เช่น กระจกตาไม่กลมเป็นรูปรักบี้ หรือจากเลนส์ตา จอประสาทตาได้ โดยอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด เด็กที่มีสายตาเอียง จะเห็นภาพไม่คมชัดทั้งระยะไกลและระยะใกล้ เด็กอาจแก้ไขด้วยการเอียงมอง หยีตามอง หรือ มีอาการปวดศีรษะ และ เวียนศีรษะได้ง่าย ข้อควรระวัง ในเด็กที่มีอาการภูมิแพ้ มักมีพฤติกรรมถูขยี้ตา การถูตาเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระจกตา เกิดสายตาเอียงที่เพิ่มขึ้นและนำไปสู่โรคกระจกตาโก่ง (keratoconus)

ทำไมเด็กจึงจำเป็นต้องตรวจตา?

เด็กอยู่ในช่วงพัฒนาการของการมองเห็น หากมีความผิดปกติ เช่น ตาขี้เกียจ ตาเข หรือความผิดปกติของสายตา อาจส่งผลให้เด็กสูญเสียการมองเห็นหรือเกิดความพิการถาวรในบางราย เช่น เด็กเล็ก ไม่สามารถบอกผู้ปกครองได้ว่ามีปัญหาการมองเห็นหรือสังเกตอาการได้ยาก ดังนั้น การ ตรวจตาเด็ก โดยจักษุแพทย์จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคัดกรองและป้องกันปัญหา

โรคตาเด็กที่พบบ่อย

ตาขี้เกียจ   

คือ ภาวะที่ตามองเห็นภาพไม่ชัด เนื่องจากเด็กใช้ตาข้างนั้นน้อยเกินไปในช่วงพัฒนาการของการมองเห็น (ก่อนอายุ 8-10 ปี) 

ตาเหล่ ตาเข

คือ ภาวะที่ตาทั้งสองมองไปคนละทิศทาง เช่น ตาเขเข้า ตาเขออก 

ภาวะสายตาผิดปกติ

คือ ระดับสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ที่มีผลต่อการมองเห็น

เด็กควรตรวจตาเมื่อไหร่? 

ควรตรวจตาเด็กทันที ในกรณีที่พบความหรือสงสัยความผิดปกติ เช่น ตาเข ตาสั่น ตาแดง ขี้ตา 

คำแนะนำในการตรวจตาเด็กตามช่วงอายุ

ในเด็กน้อยกว่า 3 ปี แนะนำให้ตรวจเมื่อ :

             ในเด็กแรกเกิด : แนะนำตรวจจอประสาทตาในกรณี คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อยมาก หรือมีความผิดปกติ เช่น ขี้ตา ตาแดง ตาดำมีสีขาว (สงสัยต้อกระจก) 

             ในเด็กอายุ น้อยกว่า 3 ขวบ : แนะนำให้ตรวจในกรณีที่พบความผิดปกติ เช่น การกลอกตาผิดปกติ มีตาเหล่ และมีสายตาสั้นหรือยาวกว่าปกติหรือไม่ ในเด็กกลุ่มเหล่านี้ สามารถเริ่มตรวจวัดค่าสายตา โดยการหยอดยาและใช้เครื่องมือตรวจค่าสายตาได้ 

 

เมื่อเด็กมีอายุ 3 ปี :

เด็กสามารถอ่านตัวการ์ตูน (optotype) เช่น รูปบ้าน รูปนก ทำให้จักษุแพทย์สามารถวัดระดับการมองเห็นและค่าสายตาเด็กออกเป็นค่ามาตรฐานได้ หากเด็กมีสายตาผิดปกติ หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ จะได้ให้การรักษาอย่างทันท่วงที 

 

เมื่อเด็กอายุได้ 6-7 ปี :

เป็นวัยที่เด็กเริ่มเข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ซึ่งจะต้องใช้สายตาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาว่าจำเป็นต้องใช้แว่นตาหรือไม่ ในช่วงนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการคัดกรอง เพราะหากพ้นช่วงพัฒนาการการมองเห็นของเด็ก (อายุ 8-10 ปี)ไปแล้ว อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร 

 

ครั้งต่อ ๆ ไป :

อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจเช็คสายตา และสุขภาพตาทั่วไป

จักษุแพทย์ประเมินอะไรบ้างในการตรวจเด็กในเด็กทั่วไป

1.พัฒนาการการมองเห็น (visual development) 

2.พฤติกรรมการมองเห็น (visual behavior) 

3.ระดับการมองเห็น (visual acuity) 

4.ความสามารถใช้สองตาร่วมกัน และการมองเห็นสามมิติ (stereopsis) 

5.การมองเห็นสี (color vision) 

6.ตรวจประเมินการเคลื่อนไหวของลูกตา (extra ocular movement) ตรวจค้นหาภาวะตาเข ตาเหล่ (strabismus) 

7.ตรวจโครงสร้างตา โดย slit lamp biomicroscope 

8.ตรวจประเมินค่าระดับสายตา (refractive status and accommodative status) และตรวจจอประสาทตา 

9.ประเมินภาวะสายตาขี้เกียจ (amblyopia or lazy eye) 

10.ตรวจเพิ่มเติมในบางราย

11.ตรวจวัดความดันลูกตา (intra ocular pressure) ในรายที่ร่วมมือ 

12.ตรวจประเมินลานสายตา (visual field) ในรายที่มีความเสี่ยงในการเป็นต้อหิน

13.เป็นการคัดกรองและติดตามเด็กที่มีความดันในสมองสูง 

14.ถ่ายภาพจอประสาทตาและจุดับภาพ (Photo fundus) ในเด็กที่ให้ความร่วมมือในการถ่ายรูปได้

15.ในกรณีสงสัยความผิดปกติในจอประสาทตา 

ขั้นตอนการตรวจตาเด็ก

เด็กเล็กก่อนอายุ 12 ปี มีภาวะเพ่งสูง ค่าที่ได้จากเครื่องอัตโนมัติมักจะสั้นมาก หรือยาวน้อยกว่าค่าจริง ดังนั้นการวัดค่าสายตาในเด็กที่ได้ค่าแม่นยำ จำเป็นต้องหยอดยา 1% cyclopentolate ใช้เวลา ในการตรวจ 45-60 นาที โดยยามีฤทธิขยายม่านตาอยู่ได้นานถึง 48 ชั่วโมง ทำให้เมื่อตรวจเสร็จแล้วจะยังคงมีอาการสู้แสงจ้าไม่ได้และมองใกล้ไม่ชัด

คำแนะนำ : ให้เตรียมร่มหรือแว่นกันแดด และเลี่ยงออกแดดจ้าประมาณ 1-2 วันหลังตรวจเพื่อลดอาการแพ้แสง

ภาวะสายตาในเด็กอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ อาจส่งผลระยะยาวต่อการมองเห็นและพัฒนาการของเด็กได้

การ ตรวจตาเด็ก อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้ แว่นตาเด็ก อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันและดูแลสุขภาพตาของลูกน้อยให้ดีที่สุด

หมอตาเด็ก เชี่ยวชาญตาเด็กและกล้ามเนื้อตา

เกี่ยวกับผู้เขียน

เขียนโดย: พญ.ภาวศุทธิ เขียวขจี (หมอน้ำ)
จักษุแพทย์เฉพาะทางเด็ก

Recent Posts

รักษาตาเขในเด็ก

สังเกตตาเขอย่างไร ไม่ให้มองข้ามภัยเงียบในเด็ก

“ตาเข” เป็นภาวะที่พบได้ในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจแสดงอาการไม่ชัดเจน หากไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะ

Read More »
ตรวจตาเด็ก รักษาสายตาสั้นในเด็ก

ทำความรู้จักภาวะสายตาในเด็ก และความสำคัญของการตรวจตาเด็ก

พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่า ลูกยังเล็ก น่าจะยังไม่มีปัญหาสายตา แต่ความจริงแล้ว ปัญหาสายตาในเด็กสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงวัยแรก

Read More »
รักษาสายตาสั้นในเด็ก

สายตาสั้นในเด็ก มองใกล้ เรียนรู้ไกล สู้ภัยสายตาสั้น

สายตาสั้นในเด็ก: ปัญหาที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “สายตาสั้นในเด็ก” กลายเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร

Read More »