การผ่าตัดสายตามีกี่แบบในปัจจุบัน

การผ่าตัดแก้ไขสายตามีกี่แบบ?

วิวัฒนาการและนวัตกรรมการผ่าตัดแก้ไขสายตาในปัจจุบัน

(Current Refractive Surgery Landscape)

บทความโดย นพ. ภัทรพงศ์ ตันติจริยางกูร

Table of Contents

การผ่าตัดแก้ไขภาวะผิดปกติทางสายตา (Refractive Surgery) ได้พัฒนาจากการกรีดกระจกตาในยุคอดีต (Radial Keratotomy: RK) และการใช้ความร้อนเหนี่ยวนำให้กระจกตาเปลี่ยนความโค้ง (Conductive keratoplasty) เข้าสู่ยุคของการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์ (Laser Keratorefractive Surgery) และการผ่าตัดภายในลูกตา (Intraocular Refractive Surgery)

ในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายและจำเพาะเจาะจงกับสภาพตาของคนไข้ (Patient-matched approach) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ลดผลข้างเคียง และลดระยะเวลาการฟื้นตัวของการมองเห็น

ปัจจุบันการผ่าตัดแก้ไขสายตาสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • การผ่าตัดแบบปรับแต่งพื้นผิวกระจกตา (Surface Ablation)
  • การผ่าตัดแบบแยกชั้นกระจกตาเป็นฝา (LASIK)
  • การผ่าตัดลอกเนื้อเยื่อกระจกตาผ่านแผลขนาดเล็ก (SMILE, CLEAR และเทคโนโลยีในกลุ่ม KLEx)
  • การผ่าตัดภายในลูกตา (ICL และ RLE)

1. การผ่าตัดแบบปรับแต่งพื้นผิวกระจกตา (Surface Ablation)

Photorefractive Keratectomy (PRK และ Trans-PRK)

PRK เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่มีการใช้งานมายาวนาน และยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบาง หรือไม่เหมาะกับการสร้างฝากระจกตาแบบ LASIK

PRK เป็นเทคนิคแรกเริ่มของการใช้ Excimer Laser ระเหิดเนื้อเยื่อกระจกตาชั้นสโตรมา (Stromal photoablation) โดยทำการลอกชั้นผิว (Epithelium) ออกก่อนด้วยเครื่องมือหรือแอลกอฮอล์

ในปัจจุบันมีเทคนิค Trans-PRK ซึ่งใช้เลเซอร์ลอกผิวเอพิทีเลียมและเลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตาไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว

ช่วงการรักษา

เหมาะสำหรับภาวะสายตาสั้น (Myopia) ตั้งแต่ -0.75 D ถึง -13.00 D และสายตาเอียง (Astigmatism) สูงสุด 4.00 D

ข้อดี

เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีกระจกตาบาง (Thin cornea) ไม่เสียเนื้อกระจกตาจากการทำฝา และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากฝากระจกตา (Flapless surgery) เสี่ยงต่อโรคกระจกตาโก่งหลังผ่าตัดน้อยกว่า LASIK

ข้อจำกัด

แผลใหญ่ที่สุด ทำให้การฟื้นตัวใช้เวลานานกว่าและมีความเจ็บปวดโดยเฉพาะในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อกระจกตา จำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์สมานแผล และมักจะมีการใช้ยาเคมีบำบัดระหว่างผ่าตัด Mitomycin C (MMC) เพื่อป้องกันการเกิดฝ้าบนกระจกตา (Corneal haze) ร่วมด้วยหลังการยิงเลเซอร์

ผ่าตัดสายตา PRK
ลอกผิวกระจกตา
ผ่าตัดสายตาเทคนิค PRK
เลเซอร์เนื้อกระจกตา
PRK การผ่าตัดแก้ไขสายตา
contact lens สมานแผล
การผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาด้วยเทคนิค PRK
เห็นชัดเมื่อแผลดี

2. การผ่าตัดแบบแยกชั้นกระจกตาเป็นฝา (Corneal Flap-Based Procedures)

LASIK (Laser in Situ Keratomileusis) และ Femto-LASIK

LASIK เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถฟื้นตัวของการมองเห็นได้รวดเร็วและมีอาการระคายเคืองหลังผ่าตัดน้อย ปัจจุบันมาตรฐานของการทำ LASIK คือการใช้ Femtosecond Laser สร้างฝากระจกตา (Femto-LASIK) ซึ่งมีความแม่นยำและสม่ำเสมอกว่าการใช้ใบมีดอัตโนมัติ (Microkeratome)

การผ่าตัดที่อาศัยการสร้างฝากระจกตา (Corneal Flap) หากใช้ใบมีดอัตโนมัติจะเรียกว่า Microkeratome LASIK แต่มาตรฐานในปัจจุบันคือ Femto-LASIK ซึ่งใช้ Femtosecond Laser ในการสร้างฝากระจกตาที่มีความหนาสม่ำเสมอและแม่นยำ ก่อนจะเปิดฝากระจกตาขึ้นแล้วใช้ Excimer Laser ปรับแต่งเนื้อเยื่อชั้นสโตรมา ก่อนที่จะปิดฝากระจกตากลับในตำแหน่งเดิม

ช่วงการรักษา

สามารถรักษาได้ในผู้ป่วยที่มี

  • สายตาสั้น (Myopia) สูงสุดประมาณ -14.00 D
  • สายตายาว (Hyperopia) สูงสุดประมาณ +6.00 D
  • สายตาเอียง (Astigmatism) สูงสุดประมาณ 6.00 D

ทั้งนี้ ขอบเขตการรักษาขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของ US FDA, CE และเครื่องเลเซอร์ของผู้ผลิตแต่ละราย

ข้อดี

อัตราการฟื้นตัวของสายตารวดเร็วมาก (24 ชั่วโมง) และมีอาการเจ็บหรือระคายเคืองหลังผ่าตัดน้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็ว

ความเสี่ยง

เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่มีการสร้างฝากระจกตา จึงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับฝากระจกตาได้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากฝากระจกตา เช่น ติดเชื้อ หรือฝากระจกตาเคลื่อน (Flap dislocation) หากได้รับอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรงในอนาคต รวมถึงเพิ่มโอกาสเกิดภาวะตาแห้งจากการตัดผ่านเส้นประสาทกระจกตาชั้นตื้น (Subbasal nerve plexus) และสูญเสียความแข็งแรงของเนื้อเยื่อกระจกตามากที่สุด (เสี่ยงต่อโรคกระจกตาโก่งหลังผ่าตัดมากที่สุด)

การผ่าตัดแก้ไขสายตาแบบปรับแต่งพื้นผิวกระจกตา เลสิก
เลเซอร์หรือใบมีดสร้างฝากระจกตา
lasik แก้ไขสายตา
พลิกฝากระจกตา
เลสิกแก้ไขสายตา
เลเซอร์เนื้อกระจกตา
เลสิกแก้ปัญหาสายตา
พลิกฝากระจกตากลับไปไว้ตำแหน่งเดิม

3. การผ่าตัดลอกเนื้อเยื่อกระจกตาผ่านแผลขนาดเล็ก (Keratorefractive Lenticule Extraction: KLEx)

KLEx เป็นนวัตกรรมที่ไม่มีฝากระจกตาและแผลเล็กที่สุด (Flapless & Minimally Invasive) โดยใช้ Femtosecond Laser ตัดเนื้อเยื่อกระจกตาภายในชั้นสโตรมาเป็นรูปเลนส์ (Lenticule) และเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 2-4 มิลลิเมตร เพื่อคีบ lenticule ออกมา

ข้อดี

แผลเล็กที่สุด อาการระคายเคืองน้อย โครงสร้างทางชีวกลศาสตร์ของกระจกตา (Corneal Biomechanics) มีความแข็งแรงกว่ากลุ่มที่มีฝากระจกตา และลดปัญหาตาแห้งเนื่องจากทำลายเส้นประสาท

ข้อจำกัด

ใช้เวลาในการฟื้นตัวของการมองเห็นนานกว่า LASIK เนื่องจากเกิดเลเซอร์จะทำให้เกิดฟองอากาศเล็กๆ ภายในกระจกตา ซึ่งจะค่อยๆ หายไปได้เอง

ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มหลักในกลุ่ม KLEx มีดังนี้:

  • ReLEx SMILE (Small Incision Lenticule Extraction): พัฒนาโดย Carl Zeiss Meditec ในเครื่อง VisuMax 500 และ VisuMax 800
  • CLEAR (Corneal Lenticule Extraction for Advanced Refraction): พัฒนาโดย Ziemer ในเครื่อง Femto LDV Z8
  • SmartSight: พัฒนาโดย Schwind ในเครื่อง ATOS
  • SILK (Smooth Incision Lenticular Keratomileusis): พัฒนาโดย Johnson & Johnson Vision ในเครื่อง ELITA
ผ่าตัดแก้ไขสายตา แบบรผ่าตัดลอกเนื้อเยื่อกระจกตาผ่านแผลขนาดเล็ก
เลเซอร์ตัด lenticule และแผลเล็ก
ผ่าตัดแก้ไขสายตา แบบรผ่าตัดลอกเนื้อเยื่อกระจกตาผ่านแผลขนาดเล็ก
แพทย์เลาะ lenticule ออก
ผ่าตัดแก้ไขสายตา แบบรผ่าตัดลอกเนื้อเยื่อกระจกตาผ่านแผลขนาดเล็ก
เหลือเพียงแผลเล็กที่ไร้ฝา

4. การผ่าตัดภายในลูกตา (Intraocular Refractive Surgery)

การผ่าตัดภายในลูกตา (Intraocular Refractive Surgery) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขสายตา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อห้ามในการทำเลเซอร์กระจกตา เช่น กระจกตาบางเกินไป มีตาแห้งขั้นรุนแรง หรือมีค่าสายตาสั้น/ยาวเกินขอบเขตที่เลเซอร์จะทำได้

Phakic Intraocular Lens (PIOL)

เป็นการฝังเลนส์เสริมเสริมเข้าไปในตาโดยไม่ต้องนำเลนส์ตาธรรมชาติออก โดยเลนส์เสริมยอดนิยมคือ ICL (Implantable Collamer Lens) ซึ่งเป็นเลนส์แก้วตาเทียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อวางอยู่หลังม่านตา หน้าต่อเลนส์ธรรมชาติ ปัจจุบันในประเทศไทยมีเลนส์จากบริษัทอื่นนอกเหนือจาก ICL และเริ่มมีชนิดที่รักษาสายตายาวตามวัยเข้ามาบ้างแล้ว

ช่วงการรักษา

เหมาะสำหรับสายตาสั้นมาก (-3.00 D ถึง -20.00 D)

ข้อดี

คงความสามารถในการเพ่งมองระยะใกล้ตามธรรมชาติ (Preservation of accommodation) เลนส์รักษารุ่นใหม่มีรูระบายตรงกลาง (Central hole) ช่วยให้ระบายน้ำเลี้ยงตาได้ตามธรรมชาติ ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกและต้อหินเฉียบพลัน

ความเสี่ยง

เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในลูกตา เช่น เลนส์หมุนทำให้เหลือสายตาเอียง กระจกตาเสื่อม ต้อหิน ติดเชื้อภายในลูกตา ทำให้ต้องติดตามความหนาแน่นของเซลล์บุผิวกระจกตาชั้นใน (Endothelial Cell Density: ECD) และความลึกของช่องหน้าลูกตาอย่างต่อเนื่อง และไม่เหมาะกับนักกีฬาบางประเภท เช่น นักฟุตบอลที่มีโอกาสเลนส์เคลื่อนหรือหมุนเวลาโหม่งบอล

Phakic Intraocular Lens (PIOL)
การผ่าตัดแก้ไขสายตาแบบภายในลูกตา Phakic Intraocular Lens (PIOL)

Refractive Lens Exchange (RLE)

การผ่าตัดสลายเลนส์ตาธรรมชาติ (phacoemulsification) แล้วแทนที่ด้วยเลนส์เทียม (intraocular lens; IOL) เหมือนการผ่าตัดต้อกระจก

ข้อดี

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ร่วมกับสายตาสั้นหรือยาวรุนแรง แก้ไขปัญหาการมองเห็นทุกระยะได้อย่างถาวร และคนไข้จะไม่เป็นต้อกระจกอีกในอนาคต

ข้อจำกัดและความเสี่ยง

การมองเห็นไม่เหมือนธรรมชาติ แงแตกในเลนส์บางชนิด สูญเสียกำลังการเพ่งมองใกล้โดยสิ้นเชิง (loss of accommodation) เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในลูกตาเช่น ถุงหุ้มเลนส์ฉีกขาด เลนส์เคลื่อน หมุน ติดเชื้อในลูกตา ต้อหิน กระจกตาเสื่อม จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายในผู้ป่วยที่ไม่สามารถแก้ไขสายตาด้วยวิธีอื่น

5. การผ่าตัดทางเลือกและการปรับโครงสร้างกระจกตาอื่นๆ

นอกจากการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ได้รับความนิยม เช่น PRK, LASIK, SMILE หรือ ICL แล้ว ยังมีเทคโนโลยีและหัตถการอื่นที่ใช้รักษาโรคกระจกตา หรือแก้ไขปัญหาการมองเห็นในผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม ซึ่งการเลือกใช้วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคและการประเมินโดยจักษุแพทย์เป็นสำคัญ

  • ICRS (Intrastromal Corneal Ring Segments): การฝังวงแหวนพลาสติก PMMA ในชั้นสโตรมา เพื่อดึงปรับความโค้งกระจกตาให้แบนลง มักใช้รักษากลุ่มโรคกระจกตาโก่ง (Keratoconus หรือ Corneal ectasia ชนิดอื่น)
  • CAIRS (Corneal Allogenic Intrastromal Ring Segments): ลักษณะคล้ายกับ ICRS แต่ใช้เนื้อเยื่อกระจกตามนุษย์แทนวงแหวนพลาสติก ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนเช่น วงแหวนหัก ทะลุกระจกตาออกมาด้านนอก หรือเข้าไปด้านใน รวมถึงใช้ในกระจกตาที่บางได้มากกว่า
  • Corneal Inlays: การฝังวัสดุขนาดเล็กตรงกลางกระจกตาของตาข้างที่ไม่ถนัด (Non-dominant eye) เพื่ออาศัยหลักการ Pinhole effect ช่วยเพิ่มระยะชัดลึกในการรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) แต่เป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
  • Corneal Cross-linking (CXL / CCL): การใช้สาร Riboflavin (Vitamin B2) ร่วมกับแสง UV-A เพื่อสร้างพันธะเหนี่ยวเหนี่ยวคอลลาเจนในกระจกตาให้แข็งแรงขึ้น โดยปกติใช้เพื่อหยุดการดำเนินโรคกระจกตาโก่ง แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนา customized CXL เพื่อกดให้กระจกตาที่โก่งมีลักษณะที่ปกติมากขึ้น ซึ่งผลทำให้ลดค่าสายตาสั้นและเอียงในผู้ป่วยโรคกระจกตาโก่ง รวมถึงหยุดการดำเนินโรค

6. เทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังอยู่ในขั้นการวิจัยและพัฒนา

LIRICS (Laser-Induced Refractive Index Changing)

LIRICS ถือเป็น Paradigm Shift หรือความหวังใหม่ของการผ่าตัดแก้ไขสายตาในอนาคต (อยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิกและพัฒนาเฟสแรกในมนุษย์) โดยใช้นวัตกรรม Femtosecond Laser พลังงานต่ำ (ต่ำกว่าจุดระเบิดเนื้อเยื่อหรือ Ablation threshold) ที่ความยาวคลื่นประมาณ 405 nm (หรือย่าน Near-Infrared) ยิงเข้าไปปรับเปลี่ยนดัชนีหักเหของแสง (Refractive Index) และความหนาแน่นของเส้นใยคอลลาเจนภายในชั้นสโตรมาโดยไม่มีการตัดเนื้อเยื่อ ไม่มีแผล ไม่เกิดการเปลี่ยนความโค้งกระจกตา และไม่มีการสูญเสียความหนากระจกตา ลักษณะการทำงานคล้ายกับการเขียนเลนส์เฟรนเนล (Fresnel lens pattern) ลงไปในเนื้อกระจกตาโดยตรง

ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตา

วิธีเหมาะกับใครแผลกระจกตาฟื้นตัวข้อเด่น
PRK / Trans-PRKกระจกตาบาง
ค่าสายตาน้อย
ใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางแผล
8-9 มม
ไม่มี ฝากระจกตา
ช้าแข็งแรงกว่า LASIK
Femto-LASIKกระจกตาหนาฝากระจกตา เส้น
รอบวง 20 มม
เร็วที่สุดเห็นชัดเร็ว
KLEx (เช่น SMILE /
CLEAR / SILK /
SmartSight)
กระจกตาบางเล็ก 2-4 มม ไม่มี
ฝากระจกตา
เร็วFlapless ตาแห้งน้อย
แข็งแรงกว่า LASIK
Phakic IOL (เช่น ICL,
IPCL)
กระจกตาบาง ตาแห้ง3.2 มมเร็วไม่ตัดกระจกตา
RLEอายุ 45-50+
ผู้ที่ทำวิธีอื่นไม่ได้
2.4-3.0 มมเร็วไม่ตัดกระจกตา
แก้ค่าสายตากว้างที่สุด

ปัจจุบันการผ่าตัดแก้ไขสายตามีเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตั้งแต่การผ่าตัดด้วยเลเซอร์บนผิวกระจกตา เช่น PRK และ Trans-PRK การผ่าตัดแบบสร้างฝากระจกตาอย่าง LASIK และ Femto-LASIK การผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กในกลุ่ม KLEx ได้แก่ ReLEx SMILE, CLEAR, SmartSight และ SILK ไปจนถึงการผ่าตัดภายในลูกตา เช่น ICL และ Refractive Lens Exchange (RLE)

แต่ละเทคโนโลยีมีข้อดี ข้อจำกัด และข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกัน จึงไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรอาศัยการตรวจประเมินอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ ทั้งในด้านค่าสายตา ความหนาและรูปร่างของกระจกตา สุขภาพดวงตา รวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

ท้ายที่สุด เป้าหมายของการผ่าตัดแก้ไขสายตาไม่ได้เป็นเพียงการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกวิธีรักษาที่ให้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดี มีความปลอดภัย และเหมาะสมกับดวงตาของผู้ป่วยในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสายตา

A: ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • PRK / Trans-PRK
  • LASIK / Femto-LASIK
  • KLEx เช่น SMILE, CLEAR, SmartSight และ SILK
  • Phakic IOL (เลนส์เสริม เช่น ICL)
  • RLE (Refractive lens exchange)

A: LASIK มีการตัดกระจกตาเป็นฝาก่อนจะใช้เลเซอร์รักษาค่าสายตา ทำให้ความแข็งแรงของกระจกตาน้อยกว่าวิธีอื่น แต่การฟื้นตัวเร็วมาก ส่วน KLEx เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก และไม่มีฝากระจกตา (Flapless) จึงช่วยรักษาความแข็งแรงของกระจกตาและลดโอกาสเกิดตาแห้งได้มากกว่า

A: Phakic IOL เป็นการฝังเลนส์เสริมภายในลูกตา โดยไม่ตัดเนื้อกระจกตา จึงเหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นมากหรือมีพยาธิสภาพที่กระจกตา เช่นตาแห้งหรือกระจกตาบาง

A: ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกวิธีรักษาควรอาศัยการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์

A: ขึ้นอยู่กับแต่ละวิธี โดย LASIK มักฟื้นตัวเร็วที่สุด ส่วนการผ่าตัดอื่นๆมีความแปรผันหลายๆปัจจัย โดยทั่วไป KLEx และ Phakic IOL จะเร็วกว่า PRK เนื่องจากบริเวณที่เกิดแผลไม่บังการมองเห็น

A: ผลการรักษาค่อนข้างมีความคงที่ในผู้ที่ค่าสายตาหยุดเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามอายุ เช่น สายตายาวตามวัยหรือโรคต้อกระจก ยังสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ ในปัจจุบันมีวิธีรักษาสายตายาวตามอายุให้เลือกมากขึ้น เช่น การทำ monovision หรือ LASIK สำหรับสายตายาวตามวัย หรือเลนส์เสริมชนิดใหม่ๆ ที่อาจยืดอายุการใช้สายตาโดยไม่พึ่งแว่นออกไปได้บ้าง แต่มักไม่ถาวร

A: โดยทั่วไปควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของจักษุแพทย์

Picture of นพ. ภัทรพงศ์ ตันติจริยางกูร

นพ. ภัทรพงศ์ ตันติจริยางกูร

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา

Recent Posts

รักษาตาเขในเด็ก

สังเกตตาเขอย่างไร ไม่ให้มองข้ามภัยเงียบในเด็ก

“ตาเข” เป็นภาวะที่พบได้ในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจแสดงอาการไม่ชัดเจน หากไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะ

Read More »
ตรวจตาเด็ก รักษาสายตาสั้นในเด็ก

ทำความรู้จักภาวะสายตาในเด็ก และความสำคัญของการตรวจตาเด็ก

พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่า ลูกยังเล็ก น่าจะยังไม่มีปัญหาสายตา แต่ความจริงแล้ว ปัญหาสายตาในเด็กสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงวัยแรก

Read More »